← Back to Tomes

เมื่อคำว่า "เก่ง" ไม่ได้หมายถึงคนที่ไม่เคยพลาด แต่คือคนที่ลุกขึ้นมาได้เสมอ

ทุกคนเคยได้ยินคำๆนี้ไหมเราต่างถูกสอนให้เชื่อมานานว่าคนเก่งคือ
คนที่สอบได้ที่หนึ่ง จำได้เร็ว ตอบถูกมากที่สุด
แต่เมื่อออกจากห้องเรียนและเริ่มใช้ชีวิตจริงคำว่า “เก่ง” กลับมีความหมายที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ผมเลยลองไปค้นดูจากหลายที่
ว่าคนอื่นเขานิยามคำว่า “เก่ง” กันยังไงบ้าง

เก่งสถานะการณ์ มีทักษะในการเอาตัวรอดได้ในยามวิกฤต เป็นลักษณะเฉพาะตัวของเด็ก บวกเข้ากับการเรียนรู้
ความสามารถในการรู้จักตนเอง มีแรงจูงใจ สามารถตัดสินใจแก้ปัญหาและแสดงออกได้อย่างมีประสิทธิภาพที่ดีกับผู้อื่น

ผมขอยกตัวอย่างจากคนใกล้ตัวที่สุดของผมละกัน
คนนั้นคือ
พ่อของผมเอง

ไม่ว่าผมจะเจอปัญหาอะไรก็ตาม
แค่เล่าให้พ่อฟัง
พ่อมักจะมองปัญหานั้นไม่กี่วินาที
แล้วบอกทางแก้ให้ทันที
ทั้งที่บางเรื่องผมใช้เวลาคิดตั้งนาน
ก็ยังหาทางออกไม่ได้

พ่อผมเก่งไหม
ใช่…พ่อผมเก่ง

แต่ไม่ใช่เพราะพ่อไม่เคยพลาด
ตรงกันข้าม
ผมคิดว่าพ่อผมเก่ง
เพราะพ่อเคยพลาดมาก่อน
และเรียนรู้จากมัน จนเข้าใจปัญหาได้เร็วขึ้น 
พ่อผมได้นิยามความเก่งไว้ว่า

นิยามความเก่ง จากพ่อของผม

พ่อเคยอธิบายคำว่า “เก่ง” ให้ผมฟังแบบเรียบง่ายมาก
 เรียบง่ายจนตอนแรกผมไม่คิดว่ามันจะลึกขนาดนี้
พ่อบอกว่า

ความเก่ง คือความสามารถในการแก้ปัญหาต่าง ๆ

ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตแม้ว่าปัญหานั้นเราจะไม่เคยเจอมาก่อนก็ตาม
พ่อไม่ได้มองว่าความเก่งคือการรู้คำตอบ แต่คือความสามารถในการ
นำความรู้หลาย ๆ อย่างที่เรามีมาประกอบเข้าด้วยกันเพื่อหาทางแก้ปัญหา
พอฟังแล้วผมนึกถึงสิ่งที่ AI ทำอยู่ทุกวันนี้ทันทีไม่ใช่การคิดจากศูนย์แต่คือการเชื่อมโยงสิ่งที่มีเพื่อไปให้ถึงคำตอบ

พ่อสรุปสั้น ๆ ว่าความเก่งแบบนี้คือ

Clever

และพ่อเชื่อว่าความเก่งลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยบังเอิญแต่มันเกิดจาก
สมองที่ได้รับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง
แต่พ่อบอกผมว่ายังมีความเก่งอีกขั้นหนึ่งที่ลึกกว่านั้น

พ่อเรียกมันว่า

ความเจ้าปัญญา (Wisdom)

ซึ่งเป็นความสามารถในการเข้าใจปัญหาได้โดยตรงโดยไม่ต้องวิเคราะห์รู้วิธีแก้ไขได้ทันทีโดยไม่ต้องไล่เหตุผลเป็นขั้นตอน
พ่อเปรียบเทียบความเข้าใจแบบนี้กับคำสอนของพระศาสดาซึ่งไม่ใช่ทุกคนจะเข้าใจได้แต่เป็นสิ่งที่ ผู้มีปัญญาแท้จริง เท่านั้นจะเข้าถึงได้
และสิ่งสุดท้ายที่พ่อทิ้งไว้ให้ผมคิดคือ

การจะเป็นคนที่มีปัญญา
ไม่ได้เริ่มจากการเข้าใจโลก
แต่เริ่มจากการเข้าใจจิตใจของตัวเอง

พ่อบอกว่าเราต้องรับรู้ความเป็นตัวเราอย่างแท้จริงโดยไม่มีอคติยอมรับข้อบกพร่องของตัวเองได้และไม่หลอกตัวเอง

สำหรับผม
นี่คือนิยามความเก่งที่ลึกที่สุดที่พ่อเคยสอน

ไม่ใช่ความเก่งที่เอาไปอวดใครได้

แต่เป็นความเก่งที่ทำให้เราอยู่กับชีวิตได้อย่างเข้าใจ

นิยามความเก่ง จากมุมมองของ Wowza

และช่วงหนึ่งผมมีโอกาสคุยกับเหล่า Wowza กลุ่มที่แต่ละคนไม่ได้เก่งเหมือนกัน
แต่มุมมองต่อคำว่า “เก่ง” ของพวกเขา ล้วนมาจากประสบการณ์จริง
สิ่งที่ผมชอบคือ ไม่มีใครให้นิยามความเก่งเหมือนกันเลย

Kim

ความเก่งคือ
การมองทะลุทั้งระบบ

ในฝั่ง Hard Skill
รู้เทคนิคแต่คือการมองออกว่าจุดไหนคือจุดสำคัญจริงทั้งในมุมของการเจาะ การป้องกัน และการแก้ไข มองระบบแค่แป๊บเดียวก็เห็นจุดอ่อนแม่นยำกว่าการรอให้ AI วิเคราะห์ เพราะเข้าใจ บริบท มากกว่าข้อมูลดิบ

ในฝั่ง Soft Skill
มองทิศทางเหมือนเห็นอนาคต

  • วางแผนได้คม
  • ปัญหาที่เกิดขึ้นมักจะยังอยู่ในขอบเขตที่คาดการณ์ไว้ (มี meta vision นั่นเอง)

ที่สำคัญที่สุด ไม่ได้เก่งแค่ตัวเองแต่รู้วิธีดึงศักยภาพของคนที่ดูธรรมดาให้ค่อย ๆ พัฒนาและเติบโตขึ้นมาได้ และ นี่คือความเก่งในแบบของ “ผู้นำ”

Boing

นิยามความเก่งของ Boing เริ่มจากคำง่าย ๆ แต่ทำได้ยากมาก

การขวนขวายและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

มองว่าความเก่งมีหลายด้านทั้ง Hard Skill และ Soft Skill และไม่มีด้านไหนสำคัญน้อยกว่าอีกด้าน

ในฝั่ง Soft Skill
คือการสื่อสารให้เข้าใจง่าย แก้ปัญหาได้และถ่ายทอดสิ่งที่พบเจอให้กับคนอื่นเพื่อให้เขาทำงานต่อได้แม้ในวันที่ตัวเองอาจไม่อยู่ตรงนั้นเพราะความเก่ง ไม่ได้จบแค่ “เราทำได้” แต่ต้อง “ทำให้คนอื่นทำได้ด้วย”

ในฝั่ง Hard Skill
ความสามารถในการหาช่องโหว่และ bypass การป้องกันได้จริง แม้ระบบจะถูก patch มาไม่ถูกทาง

ในตอนยังเป็น junior การ bypass WAF อาจใช้เวลาหลายชั่วโมงแต่เมื่อประสบการณ์มากขึ้นเวลาที่ใช้ลดลงเหลือเพียงไม่กี่นาที

ทั้งหมดนี้มาจากการ อ่าน เรียน ฝึก ทำ research และติดตาม CVE ใหม่อยู่เสมอ
สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากในสายงานนี้คือ self doubt
ช่วงเริ่มต้น learning curve สูงมากแม้เจอระดับ easy ก็ยังไปต่อไม่ได้จน self-esteem ลดลง

แต่เขาเลือกที่จะไม่หยุด

  • อ่านต่อ
  • เรียนต่อ
  • ฝึกต่อ

จนวันหนึ่งเมื่อย้อนกลับไปมองก็รู้สึกว่า มันก็ easy จริง ๆและเขาสรุปความเก่งไว้เรียบง่ายมากว่า

แค่รับผิดชอบในงานและทำให้ดีกว่าตัวเองในเมื่อวานผมว่านั่นคือความเก่งครับ

นิยามความเก่ง จากคนที่ใกล้ตัวผมอีกคนหนึ่ง

ถ้าถามนิยามความเก่งจากคนใกล้ตัวผมอีกคน
คำตอบที่ผมได้สั้นมากและตรงมาก

นิยามความเก่งคือ ตัวผมเอง

ไม่มีคำอธิบายยาว ไม่มีเหตุผล ไม่มีทฤษฎี
แต่แปลกดีประโยคนี้กลับทำให้ผมหยุดคิดอยู่นาน

บางที
ความเก่งในมุมมองของใครบางคน

อาจไม่ใช่เรื่องของการไม่พลาด
ไม่ใช่เรื่องของความสามารถพิเศษ
แต่อาจเป็นการมองเห็นคุณค่าในตัวคนตรงหน้า
และเชื่อมั่นในตัวเขาแม้ในวันที่เขาเองยังลังเลกับตัวเองอยู่

ผมคิดว่า
นิยามความเก่งแบบนี้
ก็มีพลังไม่แพ้นิยามไหนเลย

คนเก่งไม่ได้เก่งเพราะไม่เคยพลาด

จากที่เล่ามาผมเลยเริ่มเชื่ออย่างหนึ่งว่าบางอย่างในชีวิตเราจำเป็นต้องพลาดมันก่อนถึงจะเก่งขึ้นได้ แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกเรื่องบางอย่างถ้าเตรียมตัวมาดีเราอาจไม่จำเป็นต้องพลาดเลยก็ได้ แต่ชีวิตจริงมันไม่ต่างจากการหัดปั่นจักรยานครั้งแรกถ้าใครปั่นครั้งแรกแล้วไม่เคยล้มเลย ผมว่าคุณข้ามบทความนี้ไปได้เลยครับ เพราะคุณคือคนเก่งฟ้าประทานของจริง

ดังนั้นผมเลยคิดว่า

คนเก่งคือคนที่ไม่พลาดเพราะคนที่ไม่พลาดมักเป็นคนที่ยังไม่เคยลองอะไรยากพอ

ถ้าใครเคยอ่าน Blog OSCP Journey ของผม จะรู้ว่าผมสอบ OSCP ถึง 3 ครั้ง
กว่าจะสอบผ่านมันไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจในตอนนั้น
แต่วันนี้ผมมองย้อนกลับไปแล้วกลับรู้สึกขอบคุณความพลาดเหล่านั้น

เพราะผมลุกขึ้นมาได้ทุกครั้ง
ไม่ใช่เพราะผมเก่งกว่าใคร
แต่เพราะผม ชอบเอาชนะ
ไม่ใช่เอาชนะคนอื่น
แต่เอาชนะตัวเอง
และเอาจริง ๆ การเอาชนะตัวเอง ยากกว่าการเอาชนะคนอื่นมาก

คุณต้องมีวินัย

  • ต้องฝึก
  • ต้องลอง
  • ต้องล้ม
  • และต้องยอมรับว่าตัวเองยังไม่ดีพอ

ลองนึกถึงเรื่องง่าย ๆ อย่างการลดน้ำหนักคุณไม่สามารถลด 10–15 กิโลภายในวันเดียวได้แน่นอนบางคนต้องใช้เวลามากกว่า 1 ปี

  • ออกกำลังกาย
  • ควบคุมอาหาร
  • ควบคุมการพักผ่อน

เห็นไหมครับ

ความสำเร็จไม่ได้มาจากคำว่า “เก่ง” อย่างเดียว
แต่มาจากการ ลอง พลาด เรียนรู้ และอดทน

ใครหลายคนก็เคยทำ

สุดท้ายนิยามความเก่งสำหรับผม

ความเก่งไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์แต่มันคือท่าทีของเราต่อความพลาดต่อความไม่รู้และต่อตัวเอง

ไม่มีใครเกิดมาแล้วประสบความสำเร็จทันที
ไม่มีใครเก่งในทุกเรื่อง
ไม่มีใครแย่ไปหมดทุกอย่าง
เราทุกคนต่างมีเรื่องที่เก่งและเรื่องที่ไม่เก่งทั้งนั้น

ทุกคนต่างเคยล้ม เคยเจ็บ เคยเสียใจ
คนอื่นจะเห็นแค่ผลลัพธ์
ไม่เคยเห็นเส้นทาง

ผมชอบประโยคหนึ่งจากการ์ตูนเรื่องนารูโตะตอนที่ Rock Lee พูดว่า

Stronger than be were yesterday
Today is better than yesterday

มันเตือนผมเสมอว่า เราไม่จำเป็นต้องไปแข่งกับใคร
แค่วันนี้เก่งกว่าตัวเองเมื่อวานก็พอแล้ว

ความเก่งไม่ใช่การไม่เคยพลาด
แต่คือความสามารถในการลุกขึ้นมาได้เสมอ
โดยไม่หลงตัวเอง และไม่ทิ้งความรับผิดชอบ

แล้วคุณล่ะ

นิยามคำว่า “เก่ง” ของคุณคืออะไร
คุณลุกขึ้นมาได้กี่ครั้งแล้ว

- — — — — -ไม่เอาแล้ว พอแล้ว เลิกแล้ว ขอบคุณครับ — — — — -

Profile เจ้าของ Blog
Linkedin: Ratthapong Sommanus
Facebook: Ratthapong Sommanus